มาดูเมล์ใหม่นะ   (555 views)

 

What is มาดูเมล์ใหม่นะ doing now?

QA 100%
More than 1 month ago  ·  Comment »

Sex /  Age

Male /  19

Location

Bankok, Thailand

Birthday

January 1
 
Advertisement

Info

http://sweed-madonna.hi5.com - Send it to your friends

Sex /  Age

Male /  19

Birthday

January 1

Location

Bankok, Thailand

Languages

Thai
 

Interests

Favorite Music

วันเกิด > โป้ โยคีเพลบอย

ไม่แน่นอน > Slur

รอ > Slot Machine
 

Favorite Movies

The Snow Queen

The Sky Of Love

Person Break

Tom & Jerry

Popeye
 

Favorite TV Shows

เป็นต่อ
 

Favorite Books

นิตยาสาร Zoo
 

Favorite Quote

The Snow Queen ตอนที่ 1 กระจกเงาที่แตกกระจาย ปีศาจร้ายตนหนึ่งสร้างกระจกเงาขึ้นมาบานหนึ่ง มันเป็นกระจกวิเศษที่สะท้อนภาพของสิ่งสวยงามให้บิดเบี้ยวกลายเป็นสิ่งอัปลักษณ์ และทำให้สิ่งอัปลักษณ์แลดูเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม บรรดาปีศาจทั้งหลายต่างตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนำกระจกบานนี้ไปเล่นสนุกจนทั่งทุกหนทุกแห่งบนโลกแล้ว พวกมันก็เหิมเกริมจนคิดจะนำกระจกเงาขึ้นไปล้อเล่นกับพระเจ้าบนสรวงสวรรค์ ทว่าขณะที่กำลังบินขึ้นไปบนฟ้ากระจกเงาก็ลื่นหลุดจากมือของพวกมัน ร่วงหล่นลงมากระทบพื้นดินและแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เศษกระจกทั้งเล็กทั้งใหญ่จำนวนมากมายมหาศาลกระจัดกระจายไปทั่วทั้งโลกบางชิ้นถูกนำไปทำเป็นหน้าต่าง แว่นตา บางชิ้นที่ขนาดเล็กกว่าเม็ดทรายก็อาจปลิวเข้าไปฝังอยู่ในดวงตาของใครสักคน -------------------------------------------------------------------------------- ตอนที่2 เด็กชายน้อยๆ คนหนึ่งกับเด็กหญิงน้อยๆ คนหนึ่ง ในเมืองใหญ่แห่งหนึ่ง มีเด็กชายชื่อเคย์และเด็กหญิงชื่อเกอร์ดา ครอบครัวทั้งคู่อาศัยอยู่ในห้องใต้หลังคาของบ้านที่อยู่ติดกันซึ่งมีหน้าต่างหันหน้าเข้าหากัน พวกเขานำกล่องไม้ใบใหญ่สองใบมาวางพาดบนหลังคาระหว่างหน้าต่างสองบานและทำเป็นกระถางกุหลาบ เด็กทั้งสองมักจะออกมาเล่นด้วยกันบนนั้นเสมอเว้นแต่ในฤดูหนาวที่มีหิมะตก ถึงแม้จะยากจน แต่ทั้งคู่ก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข จนกระทั่งวันที่วิเศษ แก้วชิ้นหนึ่งจากกระจกบานนั้นปลิวเข้าตาและอีกชิ้นฝังเข้าไปในหัวใจของเคย์ หลังจากนั้น เคย์ก็แปรเปลี่ยนจากเด็กชายผู้อ่อนโยนกลายเป็นเด็กเกเร เศษกระจกทำให้เขามองสิ่งต่างๆ ผิดเพี้ยนไปและทำให้จิตใจของเขาหยาบกระด้าง วันหนึ่งในฤดูหนาว เคย์ออกไปเล่นเลื่อนที่จัตุรัสในเมืองกับเด็กชายคนอื่น ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย เลื่อนสีขาวคันใหญ่แล่นเข้ามา คนที่นั่งอยู่บนนั้นสวมเสื้อคลุมและหมวกขนสัตว์สีขาว เคย์นึกเล่นสนุกด้วยการนำเลื่อนคันเล็กของตัวเองผูกกับเลื่อนสีขาวคันนั้น แล้วเด็กชายกับเลื่อนของเขาก็ถูกลากออกไปนอกเมือง ฝ่าพายุหิมะที่พัดกระหน่ำไกลออกไป ในที่สุดเลื่อนคันใหญ่ก็หยุดลง ท่ามกลางความหนาวเย็น หญิงสาวในชุดขาวรับเคย์ขึ้นไปบนเลื่อนของเธอ เธอจูบเขาที่หน้าผากทำให้เขาไม่รู้สึกหนาวอีกต่อไป เธอจูบเขาอีกครั้งทำให้เขาลืมเกอร์ดาและทุกคนที่บ้านจนหมด แล้วเลื่อนก็ลอยสูงขึ้นไปบนฝากฟ้า พาทั้งคู่ไปสู่ดินแดนอันห่างไกล -------------------------------------------------------------------------------- ตอนที่3 สวนดอกไม้ของหญิงผู้มีเวทเมนต์ หลังจากนั้นไม่มีใครได้เห็นเคย์อีกเลย ทุกคนคิดว่าเคย์หลัดตกแม่น้ำและจมน้ำตายไปแล้ว เกอร์ดาคือคนที่ร้องไห้มากที่สุด แต่เธอก็ยังเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่ อย่างน้อยแสงอาทิตย์กับเหล่านกกระจอกก็บอกเธอเช่นนั้น วันหนึ่งเมื่อฤดูหนาวอันยาวนานและหม่นหมองสิ้นสุดลง เกอร์ดาสวมรองเท้าสีแดงคู่ที่เธอชอบมากที่สุดออกจากบ้านไปในยามเช้าตรู่ เด็กน้อยไปที่แม่น้ำนอกเมืองและถามสายน้ำว่า "เธอพาเพื่อนตัวน้อยของฉันไปจริงหรือไม่ ฉันจะมอบรองเท้าสีแดงคู่นี้ให้ ถ้าเธอนำเขากลับมาหาฉัน" เธอโยนสมบัติที่มีค่ามากที่สุดของตัวเองลงไปในแม่น้ำ กระแสธารพัดรองเท้าสีแดงกลับมาเกยฝั่ง เพราะสายน้ำไม่ได้นำเคย์ของเธอไป แต่เกอร์ดาคิดว่าเธอโยนรองเท้าออกไปไม่ไกลพอ เธอลงไปบนเรือที่จอดอยู่กลางกอหญ้าและเดินไปที่สุดปลายด้านหนึ่งเพื่อโยนรองเท้าออกไปอีกครั้ง โดยที่ไม่รู้ว่าเรือไม่ได้ถูกผูกเอาไว้ เรือลอยห่าวจากฝั่งและไหลไปตามกระแสน้ำ ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า เกอร์ดาไม่พบใครที่จะช่วยเธอได้เลย จนกระทั่งเรือลอยผ่านบ้านหลังเล็กกลางสวยเชอร์รี่หลังหนึ่ง เด็กน้อยตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ หญิงชราคนหนนึ่งออกมาจากบ้านและช่วยดึงเรือเข้าฝั่ง เธอถือไม้เท้าและสวมหมวกปีกกว้างประดับดอกไม้สวยงาม เมื่อเธอถาม เด็กหญิงก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้หญิงชราฟังและถามเธอว่าเห็นเคย์บ้างหรือไม่ หญิงชราตอบว่าเขาไม่ได้ผ่านมาทางนี้ และชวนเด็กน้อยเข้าไปพักในบ้านกินเชอร์รี่ และชมสวนดอกไม้ของเธอ ขณะที่หญิงชราหวีผมให้เกอร์ดาด้วยหวีทองคำ เด็กหญิงก็ค่อยๆลืมเรื่องราวเกี่ยวกับเคย์ไปทีละน้อย หญิงชราต้องการให้เกอร์ดาอยู่กับเธอตลอดไป เธอจึงรายมนตร์ให้ต้นกุหลาบทุกต้นในสวนดอกไม้จมหายลงไปในดิน เพราะเธอเกรงว่าเมื่อเกอร์ดาเห็นพวกมัน เธอจะจำเรื่องของเคย์ได้ และหนีไป วันเวลาผ่านไป เกอร์ดาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของหญิงชราอย่างสนุกสนาน เธอมักจะออกไปเล่นกับดอกไม้นานาชนิดในสวนเสมอ เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป แต่เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอนั่งมองหมวกของหญิงชราและเห็นดอกกุหลาบดอกหนึ่งที่หญิงชราลืมเสกให้หายไป เกอร์ดารีบไปตามหาดอกกุหลายที่แปลงดอกไม้ เธอร้องไห้เพราะไม่พบกุหลาบแม้แต่ดอกเดียว เมื่อน้ำตาของเด็กน้อยหยดลงดิน ต้นกุหลาบที่หายไปก็งอกขึ้นมาใหม่พร้อมกับแย้มดอกบานสะพรั่ง ทำให้เธอนึกถึงเคย์อีกครั้ง "ฉันควรจะกำลังตามหาเคย์อยู่ พวกเธอรู้หรือเปล่าว่าเคย์อยู่ที่ไหน เขาตายหรือยัง" เธอถามดอกกุหลาบ "เขายังไม่ตาย พวกเราลงไปอยู่ใต้ดินซึ่งเป็นที่อยู่ของคนตาย แต่เราไม่พบเคย์ที่นั่น" ทว่าบรรดากุหลาบและดอกไม้ทุกดอกในสวนก็ไม่สามารถบอกเกอร์ดาได้ว่าเด็กชายอยู่ที่ไหน เด็กหญิงตัดสินใจหนีออกจากบ้านของหญิงชราทันที เธอวิ่งออกจากสวนดอกไม้ด้วยเท้าเปล่าและวิ่งไกลออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหมดแรง เกอร์ดาเพิ่งตระหนักว่าฤดูร้อนได้ผ่านพ้นไปนานแล้ว ภายนอกอาณาเขตบ้านของหญิงชราที่ดอกไม้เบ่งบานตลอดเวลา เวลาได้ล่วงเลยเข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วง เธอลุกขึ้น วิ่งต่อไป เพื่อตามหาเคย์ -------------------------------------------------------------------------------- ตอนที่ 4 เจ้าชายกับเจ้าหญิง เมื่อเกอร์ดาหยุดพักอีกครั้ง กาตัวใหญ่เข้ามาทักทายเธอ เธอถามมันว่าเห็นเคย์บ้างหรือไม่ "ฉันอาจจะเห็น ฉันอาจจะเห็น" กาตอบ "ฉันคิดว่าเขาคนนั้นอาจจะเป็นเคย์ก็ได้ แต่ถ้าใช่ล่ะก็ เขาคงจะลืมเธอไปแล้วล่ะ เพราะตอนนี้เขาอยู่กับเจ้าหญิง" แล้วเจ้ากาก็เล่าเรื่องทุกอย่างที่มันรู้ให้เกอร์ดาฟัง ... ในอาณาจักรนี้ มีเจ้าหญิงที่ฉลาดมากอยู่องค์หนึ่ง พระองค์ต้องการอภิเษกกับชายที่ฉลาดเท่ากับพระองค์ เจ้าหญิงลงประกาศในหนังสือพิมพ์ว่า ชายหนุ่มทุกคนสามารถไปยังพระราชวังและสนทนากับเจ้าหญิงได้ เจ้าหญิงจะเลือกคนที่พูดได้ดีที่สุดเป็นพระสวามีของตน ทันทีที่ทราบข่าว ชายหนุ่มจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลไปยังพระราชวังของเจ้าหญิง แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพูดเก่งแค่ไหน เมื่อแต่ละคนได้ไปอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ทุกคนต่างประหม่าจนพูดอะไรไม่ออกกันหมด ไม่มีใครชนะใจเจ้าหญิงเลย จนกระทั่งเด็กหนุ่มที่มีดวงตาเป็นประกาย และผมยาวสวยงาม แต่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าซ่อมซ่อมาถึง เขาพูดคุยกับเจ้าหญิงในพระราชวังอันหรูหราท่ามกลางข้าราชบริพารมากมายได้โดยไม่ตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย เขาไม่ได้มาเพื่อเกี้ยวพาราสีเจ้าหญิง แต่มาเพื่อชื่นชมสติปัญหาของพระองค์ แล้วทั้งสองคนก็หลงรักกันและกัน ... เกอร์ดามั่นใจว่าเด็กหนุ่มคนนั้นคือเคย์ของเธอแน่นอน เด็กสาวขอร้องให้นกกาพาเธอไปหาเขา เจ้ากาบอกว่าหวานใจของมันซึ่งอาศัยอยู่ในปราสาทสามารถช่วยเธอได้ ในคืนนั้น กาทั้งสองพาเด็กสาวแอบเข้าไปสวนของปราสาท ผ่านทางลับขึ้นไปยังห้องบรรทมของเจ้าหญิง ระหว่างทางเงาของฝูงม้าและคนขี่ม้าบนกำแพงวิ่งผ่านพวกเขาไปมากมาย เจ้ากาหวานใจบอกว่านั่นคือความฝันของคนในพระราชวัง แสดงว่าพวกเขากำลังหลับอยู่ พวกเขามาถึงห้องบรรทมซึ่งมีเตียงรูปร่างเหมือนดอกลิลลี่สองดอกติดกับก้านทองคำตั้งอยู่กลางห้อง เกอร์ดาเห็นเจ้าหญิงนอนอยู่ในดอกลิลลี่สีขาว และในดอกลิลลี่สีแดงอีกดอกหนึ่งมีใครบางคนกำลังหลับอยู่ เด็กหญิงร้องเรียกชื่อเคย์ เงาความฝันบนหลังม้าวิ่งกลับมายังห้อง เด็กหนุ่มตื่นขึ้นทันที แต่เขาไม่ใช่คนที่เธอกำลังตามหา เจ้าหญิงรู้สึกตัวตื่นขึ้นเช่นกัน เด็กหญิงตัวน้อยร้องไห้และเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พวกเขาฟัง เจ้าเชายยกเตียงของเขาให้เกอร์ดานอนต่อ แล้วความฝันก็ออกมาโบยบินอีกครั้ง เงาความฝันของเกอร์ดามีรูปร่างเหมือนเหล่าเทวทูตกำลังลากเลื่อนคันเล็กที่มีเคย์นั่งอยู่ และเด็กชายตัวน้อยกำลังโบกมือให้เธอ วันรุ่งขึ้น เด็กหญิงถูกแต่งตัวด้วยชุดผ้าไหมและผ้ากำมะหยี่อย่างสวยงาม เจ้าหญิงกับเจ้าชายชวนให้เธออยู่กับพวกเขาในพระราชวัง แต่เธอขอเดินทางต่อเพื่อตามหาเคย์ ทั้งคู่จึงมองรองเท้าบูท ถุงมือ รถม้าทองคำพร้อมด้วยคนขับรถ คนรับใช้ และคนขี่ม้าให้กับเธอ พวกเขาบอกลาเด็กน้อย เมื่อเธอเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง -------------------------------------------------------------------------------- ตอนที่ 5 แม่เสือน้อย รถม้าทองคำเป็นที่สะดุดตาของโจรอย่างมาก รถม้าของเกอร์ดาถูกดักปล้น พวกโจรฆ่าคนอื่นๆ ที่เดินทางมากับเธอตายหมด นางโจรแก่ที่มีเครายาวแข็งกระด้าง และคิ้วยาวลงมาปิดตา กำลังฆ่าเธอเพื่อนำมาเกินเป็นอาหารแต่ลูกสาวของนางเข้ามาห้ามไว้ได้ทัน เพราะเธอต้องการเก็บเกอร์ดาไว้เป็นเพื่อนเล่นของเธอ "พวกเขาไม่ฆ่าเธอหรอก ถ้าฉันไม่โกรธเธอ" "ถึงแม้ฉันจะโกรธเธอ พวกเขาก็ไม่ฆ่าเธอหรอก เพราะฉันจะเป็นคนฆ่าเธอเอง" แม่เสือน้อยยึดรถม้า เสื้อผ้าสวยงาม ถุงมือและรองเท้าไป และพาเกอร์ดาไปยังปราสาทของพวกโจร เธอมีสัตว์เลี้ยงเป็นฝูงนกพิราบป่าและกวางเรนเดียร์หนึ่งตัว เธอให้เกอร์ดานอนบนฟูกกับเธอ เหนือที่นอนเป็นที่เกาะของนกพิราบ พวกนกบอกเกอร์ดาว่า "กุ๊ก กรู... พวกเราเห็นเคย์ เขานั่งอยู่บนเลื่อนของราชินีหิมะ" "ราชินีหิมะคงจะไปที่แลพแลนด์ ที่ซึ่งมีหิมะและน้ำแข็งตลอดเวลา ลองถามกวางเรนเดียร์ดูสิ" "ใช่" เจ้ากวางตอบ "ราชินีหิมะมีกระโจมฤดูร้อนอยู่ที่นั่น แต่ฐานที่มั่นของเธอคือปราสาทใกล้ขั้วโลกเหนือบนเกาะที่ชื่อสปิตซ์เบอร์เกน" เช้าวันรุ่งขึ้น เกอร์ดาเล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่เสือน้อยฟัง แม่เสือน้อยตกลงช่วยเธอตามหาเคย์ ลูกสาวนางโจรหาโอกาสในช่วงที่แม่ของเธองีบหลับและสั่งให้กวางเรนเดียร์พากเกอร์ดาหนีไป เธอคือรองเท้าบูทและมอบถุงมือของแม่ให้กับเด็กน้อยเพื่อปกป้องเธอจากความเหน็บหนาว เกอร์ดาขี่หลังเจ้ากวางและออกเดินทางไกลขึ้นไปทางเหนือจนถึงแลพแลนด์ -------------------------------------------------------------------------------- ตอนที่ 6 ผู้หญิงชาวแลพพ์และผู้หญิงชาวฟินน์ กวางเรนเดียร์พาเกอร์ดามาหยุดหน้ากระท่อมเล็กๆ อันแสนหนาวเย็นซ่งไม่มีใครอยู่นอกจากหญิงชราชาวแลพพ์ผู้หนึ่ง เจ้ากวางเล่าเรื่องของเกอร์ดาให้หญิงชราฟัง นางบอกว่าทั้งคู่ต้องเดินทางอีกหลายร้อยไมล์ไปหาหญิงชาวฟินน์ที่อาศัยอยู่ที่ฟินน์มาร์คซึ่งจะช่วยพวกเขาได้ดีกว่านาง เพราะราชินีหิมะใช้เวลาในช่วงวันหยุดอยู่ที่นั่น นางเขียนจดหมายลงบนหนังปลาค็อด และมอบให้เกอร์ดานำไปส่งให้กับหญิงชาวฟินน์ เจ้ากวางพาเด็กน้อยวิ่งไปภายใต้แสงเหนือที่ส่องประกายระยิบระยังบนฟ้า ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงกระท่อมของผู้หญิงชาวฟินน์ ภายในนั้นร้อนจนเด็กน้อยต้องถอดถุงมือและร้องเท้าออก หญิงตัวเล็กมอมแมมโยนหนังปลาลงหม้อซุปหลังจากจำข้อความได้จนขึ้นใจ กวางเรนเดียร์อ้อนวอนให้นางช่วยเกอร์ดาเพราะมันรู้ว่านางฉลาดและมีเวทมนตร์มาก "หนูน้อยเคย์อยู่กับราชินีหิมะอย่างแน่นอน ที่ซึ่งเขาอยู่อย่างสุขสบาย เขาคิดว่าที่นั่นเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในโลก เพราะเศษแก้วซึ่งฝังอยู่ในหัวใจและดวงตาของเขา หากไม่นำมันออกมา เขาจะไม่มีวันกลับเป็นมนุษย์ได้อีก เพราะราชินีหิมะควบคุมเขาด้วยพลังของเธอ" เจ้ากวางขอร้องให้นางมอบพลังเพื่อใช้ต่อสู่กับราชินีหิมะให้กับเกอร์ดา แต่นางตอบว่า "ฉันไม่สามารถให้พลังที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าที่ตัวเธอมีอยู่แล้ว เจ้าไม่เห็นหรือว่าทั้งมนุษย์และสัตว์ต่างก็ต้องช่วยเหลือเธอ และเธอมาไกลเพียงใดในโลกกว้าง ตั้งแต่ที่เธอออกเดินทางด้วยเท้าเปล่า เธอไม่ต้องการพลังจากเรา จิตใจของเธอแข็งแกร่งเพราะเธอเป็นเด็กผู้อ่อนหวานไร้เดียงสา หากเธอไม่สามารถไปหาราชินีหิมะและเอาเศษแก้เหล่านั้นออกจากตัวของเคย์ด้วยตัวของเธอเองแล้ว พวกเราก็ไม่สามารถช่วยเธอได้ สวนของราชินีหิมะอยู่ห่างออกไปจากที่นี่ราวแปดไมล์ เจ้าพาเธอไปส่งที่นั่นได้แต่ต้องรีบกลับมาทันที" หญิงชาวฟินน์อุ้มเกอร์ดาขึ้นบนหลังกวาง เจ้ากวางออกวิ่งทันทีและวางเธอลงตรงที่หญิงชาวฟินน์บอก เธอวิ่งออกไปเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ พายุเกร็ดหิมะโหมกระหน่ำเข้าใส่เธอ แต่พวกมันไม่ได้ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ผืนนภาใสกระจ่างไร้เมฆบดบัง แสงเหนือส่องประกายเจิดจ้า พวกมันโจมตีจากบนพื้นดิน เกล็ดหิมะรูปร่างเหมือนสัตว์ประหลาดน่าสะพรึงกลัวขยายขนาดขึ้นเมื่อจู่โจมเข้ามาใกล้ พวกมันคือองครักษ์ที่มีชีวิตของราชินีหิมะ เมื่อเด็กน้อยสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า อากาศหนาวยะเยือกจนลมหายใจของเธอกลายเป็นควัน หมอกควันนั้นหนาขึ้นและหนาขึ้นจนกลายสภาพเป้นกองทัพเทวทูตสวมหมวกเกราะ มือถือหอกและโล่ เหล่าเทวทูตทำลายเกร็ดหิมะทั้งหมดจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เปิดทางสู่พระราชวังของราชินีหิมะให้กับเธอ ในที่สุดเกอร์ดาก็มาถึงจุดหมาย เคย์อยู่ใกล้เพียงเอื้อม แต่เขาไม่มีมีเธออยู่ในหัวใจอีกต่อไปแล้ว -------------------------------------------------------------------------------- ตอนที่ 7 สิ่งที่เกิดขึ้นในพระราชวังของราชินีหิมะและภายหลังต่อมา ผนังของวังทำจากลมหิมะ หน้าต่างและประตูคือสายลมบางเฉียบ ห้องโถงนับร้อยรูปร่างเหมือนหิมะกำลังล่องลอย ห้องที่ใหญ่ที่สุดทอดยาวออกไปหลายไมล์ ทั้งพระราชวังสว่างเรืองรองด้วยแสงเหนือ ทุกห้องช่างใหญ่โตงดงาม สว่างจ้าระยิบระยับ ทว่าแลดูว่างเปล่า เงียบเหงา เย็นชา ปราศจากความสดใสและรื่นเริง แสงเหนือกระพริบแววาวเป็นจังหวะในห้องของราชินีหิมะอันกว้างใหญ่และว่างเปล่า ณ ใจกลางห้องคือทะเลสาบน้ำแข็ง แผ่นน้ำแข็งแตกเป็นชิ้นนับพันชิ้นซึ่งแต่ละแผ่นมีรูปร่างเหมือนกัน ราชินีหิมะจะนั่งอยู่กลางทะเลสาบเมื่อเธออยู่บ้าน เธอเรียกทะเลสาบนี้ว่า "กระจกแห่งเหตุผล" ผิวเคย์ตัวน้อยซีดจนกลายเป็นสีน้ำเงินคล้ำ แต่เขาไม่หนาวเพราะจูบของราชินีหิมะทำให้เขาไร้ความรู้สึกและเปลี่ยนหัวใจของเขาให้กลายเป็นน้ำแข็ง เด็กชายกำลังนำเศษน้ำแข็งมาเรียงต่อกันเป็นตัวอักษรเพื่อสร้างคำต่างๆ แต่เขาไม่อาจสร้างคำคำหนึ่งขึ้นมาได้ คำเดียวเท่านั้นที่เขาต้องการ "นิรันดร" ราชินีหิมะบอกเขาว่า "หากเธอสามารถทำได้ เธอจะเป็นอิสระ และฉันจะมองโลกทั้งใบกับรองเท้าสเกตคู่ใหม่ให้เธอ" แล้วราชินีหิมะก็จากไปเพื่อเดินทางไปสร้างฤดูหนาวในประเทศเขตอบอุ่น เคย์นั่งขบคิดอย่างโดดเดี่ยวในห้องกว้างใหญ่ แม้จะพยายามสะกดคำนั้นเพียงใดก็ไม่สำเร็จ ทันใดนั้นเกอร์ดาก็ปรากฏตัว ประตูสายลมที่กรีดแทงยอมสงบนิ่งเปิดทางให้เด็กหญิงเดินเข้ามาในพระราชวัง เธอจำเขาได้ทันทีและโผเข้ากอดเขา "เคย์ เคย์น้อยที่รัก! ในที่สุดฉันก็พบเธอ" แต่เคย์ยังคงนั่งนิ่งตัวเย็นแข็งอยู่ตรงนั้น เกอร์ดาร้องไห้ และเมื่อน้ำตาอุ่นๆ หยดลงบนตัวเด็กชาย มันก็ตรงไปยังหัวใจของเขา ละลายก้อนน้ำแข็ง และระเหยเศษกระจกที่ฝังอยู่ในนั้นออกไป เขามองมายังเธอ และเธอก็ร้องเพลง "ในหุบเขากุหลาบงามแย้มกลีบบาน จะพบพานพระบุตรน้อยในวัยเยาว์" เคย์ร้องไห้ออกมาทันที น้ำตาช่วยพัดพาเศษกระจกอีกชิ้นให้หลุดจากดวงตาของเขา เขาจำเกอร์ดาได้แล้ว ทั้งคู่หลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปิติ แม้กระทั่งเศษน้ำแข็งยังลุกขึ้นมาเต้นรำเพื่อแสดงความยินดีจนอ่อนแรงและล้มลงไปเรียงตัวเป็นคำว่า "นิรันดร" เกอร์ดาจุมพิตแก้มของเขา ทำให้มันกลับมามีสีชมพูอีกครั้ง เธอจูบตาทั้งสองข้าง ทำให้มันส่องประกายเหมือนของเธอ เธอจุบมือและเท้าทำให้มันหายชาและมีเรี่ยวแรง ทั้งคู่จูงมือกันเดินออกจากพระราชวัง ทุกที่ที่พวกเขาย่างเท้าไป สายลมจะหยุดนิ่งและพระอาทิตย์จะส่องแสง กวางเรนเดียร์และคู่ตัวเมียของมันมารับพวกเขากลับไปหาหญิงชาวฟินน์ นางพาทั้งคู่นั่งเลื่อนไปส่งที่บ้านหญิงชาวแลพพ์ ขณะที่พวกเขาเดินทางกลับบ้าน ฤดูใบไม้ผลิได้มาเยือนแล้ว นกน้อยตัวแรกเริ่มร้องเพลง ต้นไม้เริ่มผลิยอดใหม่ พวกเขาพบแม่เสือน้อยขี่ม้าผ่านมา เธอตัดสินใจออกจากบ้านเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศทางเหนือ เกอร์ดาทราบข่าวจากแม่เสือน้อยว่า เจ้าชายกับเจ้าหญิงเดินทางไปต่างประเทศ และเจ้ากาหวานใจต้องเป็นหม้ายเพราะคู่ของมันตายจากไป พวกเขาเดินจับมือกันมาถึงบ้าน ขึ้นบันไดไปบนห้อง ที่นั่นทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนกับตอนที่จากมา แต่เมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามา พวกเขารับรู้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป ทั้งคู่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ดอกกุหลาบยังคงเบ่งบานอยู่นอกหน้าต่าง ทั้งสองคนออกไปนั่งด้วยกันกลางสวนกุหลาบและจับมือของกันและกัน คุณย่าของเคย์นั่งอยู่กลางแสงแดดอันอบอุ่นของพระผู้เป็นเจ้าและอ่านข้อความจากพระคัมภีร์ไบเบิ้ลให้พวกเขาฟัง "หากแม้นท่านมิเป็นเช่นเด็กน้อย ท่านจะไม่มีวันได้เข้าสู่อาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า" เคย์และเกอร์ดามองตากัน และในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจความหมายของเพลงสวดเก่าแก่ซึ่งว่า ... "ในหุบเขากุหลาบงามแย้มกลีบบาน จะพบพานพระบุตรน้อยในวัยเยาว์" ... พวกเขานั่งอยู่ตรงนั้น เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แต่ยังคงเป็นเด็กในจิตใจ ในฤดูร้อนอันอบอุ่นและงดงาม
 

hi5 Games

Play hi5 Games

มาดูเมล์ใหม่นะ hasn't played any games recently.

 

Journal

View All 2 Entries    Add Comment

Gloomy Sunday : Sep 28, 2008

Sadly one Sunday
I waited and waited
With flowers in my arms
All the dream has created
I waited 'til dreams,
Like my heart, were all broken
The flowers were all dead
And the words were unspoken
The grief that I know
Was beyond all consoling
The beat of my heart
Was a bell that was tolling

Saddest of Sundays

Then came a Sunday
When you came to find me
They bore me to church
And I left you behind me
My eyes could not see
What I wanted to love me
The earth and the flowers
Are forever above me
The bell tolled for me
And the wind whispered, "Never!"
But you I have loved
And I'll bless you forever

Last of all Sundays

Applications

Browse Applications

Top Friends
Who are your Top Friends? Keep track of your best friends right on your profile with Top Friends!

BuddyPoke!
BuddyPoke your friends with super cool, personalized 3D avatars!

Rockyou Pets
Adopt a pet! Pet it, take care of it, pimp it out with all sorts of cute and cool accessories.

 

Widgets

 

 

hi5 Gifts

Give a Gift    Get hi5 Coins

มาดูเมล์ใหม่นะ has no unwrapped gifts.
 

Comments | View All Entries

Leave a comment for มาดูเมล์ใหม่นะ

 
Oct 20 4:59 AM
 
สัส เขียว

ไม่ไป รร. หรอ วะ
 
 
Oct 2 11:40 PM
 
เเวะ มา เม้น ยามบายคับ หม่ำๆๆดั้ว ละ
 
 
 
 
Sep 17 1:46 AM
 
ดีดีคับ

ชื่อไรคับ

ยินดีที่ได้รู้จักนะคับ
 
 
Sep 1 7:50 AM
 
พูดจิงจากใจ ไม่รู้ พวกมึง คิดงัยกับกู แต่กูรักพวกมึง
 
Aug 31 7:51 PM
 
 
Aug 9 1:51 AM
 
มาเม้นหั้ยน่ะ


สาดหาว่ากุเปงแม่ช้าง


แล้วเมิงล่ะ เปงรัย


นัยความคิดกุเมิงยางเปงเพิ่ลกุ


แต่กุไม่อาจบอกความคิดเมิงได้


ว่าเมิงคิดยางไง ไม่แน่อาจลืมกุแระดิ


สาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


คิดเถิงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง


มั้กมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
Jul 25 5:29 AM
 
เห้ย ไม่จิงน้ะ ^^






เพิ่งกลับ ๆๆ ;D
 
Jul 25 12:33 AM
 
ดีคร้า สบายดีมะคะ ทำงานเหนื่อยรึป่าว แล้วได้ไปเรียนบ้างไหมหรือว่าไปแล้วแต่ไปนั่งหลับ สุสุนะคร้า
 
 
Jul 23 11:50 AM
 
จัดไป

kill noop นะ ไม่ดี
 
Jul 20 10:58 PM
 
ว่างๆๆ
มาเม้น
หั้ยกูบ้างนะ
ปายแร้ว
บายยย
 
 
Jul 18 5:34 AM
 
เดกลำปาง

ตัวแม่เลยสัส
 
Jul 13 7:53 AM
 
สัส ไปโรงเรียนด้วย

Title
body